Laser ผิวพรรณ


หน้าร้อนมาเยือนอีกจนได้นะคะ ทั้งที่จริงบ้านเราก็ออกจะร้อนแทบทุกฤดูอยู่แล้วด้วยซ้ำ และผลพวงที่มักมากับหน้าร้อนให้หลายคนกลุ้มใจคือ ความหมองคล้ำ รวมถึงปัญหาความหมองคล้ำของผิวพรรณทั้งหลายที่มักจะเกิดขึ้นอย่างเด่นชัด โดยการกระตุ้นของแสงแดดหรือการละเลยไม่เอาใส่ใจดูแลผิวของคุณเองค่ะ


และเมื่อเกิดปัญหาบางคน ก็อาจคิดถึงแพทย์และเลเซอร์ที่มีอยู่แพร่หลายพร้อมกับข้อสงสัยในใจว่าจะเลือกชนิดไหนดี เรามาทำความเข้าใจในภาพรวมของเลเซอร์กันก่อนดีกว่าค่ะ 

เครื่องเลเซอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในในวัตถุประสงค์ต่างๆ กันดังต่อไปนี้…

  1. เพื่อใช้ในการผ่าตัด จี้ ชิ้นเนื้อ หรือรอยโรคอื่น ๆ
  2. เพื่อการลอกผิว (Resurfacing)
  3. เพื่อรักษารอยโรค หรือร่องรอยต่างๆ ที่มีส่วนประกอบของเม็ดสี (Pigmented Lesion)
  4. เพื่อการกำจัดขนถาวร (Hair Removal)
  5. เพื่อรักษารอยโรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด (Vascular Lesion)
  6. เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน และฟื้นฟูผิว (Collagen Remodelling and Rejuvenation)

หากจำแนกตามลักษณะของต้นกำเนิดพลังงาน จะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ

  1. กลุ่มที่ใช้แหล่งกำเนิดพลังงานจากเลเซอร์ เช่น Co2 , Nd-Yag , Erbium ฯลฯ
  2. กลุ่มที่แหล่งกำเนิดพลังงาน ไม่ใช่ พลังงานจากเลเซอร์ ยกตัวอย่างเช่น แสงความเข้มสูง (IPL) คลื่นวิทยุ (RF)

ถึงตอนนี้หลายคนคงเริ่มสงสัยว่า แล้วถ้าฉันอยากกำจัดขน อยากลดริ้วรอยบนใบหน้า จะไปพบแพทย์ที่ไหน ต้องเข้าคลินิกหรือสถานพยาบาลที่มีเครื่องชนิดไหน และเลเซอร์สามารถแก้ปัญหาผิวได้จริงหรือเปล่า ซึ่งอยากให้ทำความเข้าใจว่าเลเซอร์แต่ละชนิดมีความสามารถแตกต่างกันไป ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาจนเลเซอร์ชนิดหนึ่งสามารถทำได้หลายอย่าง แต่ผลที่ได้อาจจะดีมากน้อยต่างกัน พูดให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือ เลเซอร์แต่ละประเภทค่อนข้างจะมีลักษณะความสามารถที่เด่นตามประเภท
แพทย์จะแสดงข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่จะเข้ารับการรักษาเกี่ยวกับเครื่องเลเซอร์ประเภทต่าง ๆ และความสามารถของแต่ละชนิดรวมไปถึงผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ไว้เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจต่อไปนี้นะคะ

  • กระเนื้อ ไฝ ขี้แมลงวัน ตุ่มก้อนเนื้อขนาดเล็ก
    เลเซอร์ที่เป็นที่นิยมใช้ในการผ่าตัดไฝ จี้กระ หูด และขี้แมลงวัน คือ เครื่อง Co2 Laser เนื่องจากมีความสามารถคล้ายมีด จึงนำมาใช้ตัด จี้ รอยโรคที่มีขนาดเล็ก หลังทำจะมีแผลที่เกิดจากการจี้ ตัด หลังจากนั้นแผลจะแห้ง ตกสะเก็ดแล้วหลุดไปได้เอง ไม่ควรแกะ เพราะอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ หลังจากแผลหายบางครั้งอาจมีสีคล้ำขึ้นแต่จะค่อยๆ จางหายไป บางครั้งอาจนานหลายเดือน ดังนั้นต้องเตรียมใจว่าหลังจากตัดไฝหรือจี้กกระ ไปแล้วผิวหนังบริเวณนั้นอาจไม่เรียบอย่างที่คิด ขึ้นอยู่กับขนาด ความลึก ของบริเวณที่ทำโดยทั่วไปราคาในการรักษา 300-1,000 บาท / ตำแหน่ง หรือเหมาจ่ายตามบริเวณ
    ในกรณีที่เป็นกระเนื้อ ขี้แมลงวัน เมื่อจี้ออกไปแล้ว อาจเกิดขึ้นใหม่ได้ เพราะด้วยธรรมชาติของโรค รวมถึงปัจจัยที่กระตุ้น คือ แสงแดด ดังนั้นการทาครีมกันแดดจึงมีส่วนช่วยชะลอการกลับมาเป็นใหม่ได้
  • การลอกผิวหน้าด้วยเลเซอร์ (Skin ablation and resurfacing)
    การทำการลอกผิวหน้า เพื่อกำจัดริ้วรอย สีที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งบางคนเรียกว่าการทำ Baby Face เมื่อก่อนเป็นที่นิยมกันมากในต่างประเทศ เนื่องจากผลลัพธ์ดี แต่ข้อจำกัดที่ทำให้ความนิยมลดลงคือต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล และขณะทำมักต้องวางยาสลบ รวมถึงต้องใช้เวลาพักเพื่อให้หายเป็นปกตินานประมาณ 3-6 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สภาพผิวและภูมิอากาศอย่างบ้านเรานั้นเสี่ยงต่อการมีสีคล้ำขึ้นจากรอยแดงหลังการรักษา จึงไม่เป็นที่นิยม เลเซอร์ที่จัดอยู่ในกลุ่ม (Ablative Resurfacing) นี้ได้แก่
    - Co2 Laser
    - Erbium YAG
    ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีก้าวหน้า และเน้นความปลอดภัย ไม่เจ็บเป็นหลัก จึงหันมาใช้วิธี Non Ablative Resurfacing เป็นส่วนใหญ่


สุดท้ายนี้หลายๆท่านก็คงจะหมดกังวล เพราะเลเซอร์สามารถช่วยขจัดปัญหาต่างๆ ของท่านได้
แต่ก็ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังให้ละเอียด ในเรื่องค่าใช้จ่าย ขั้นตอนการทำ และควรเลือกสถาบันหรือโรงพยาบาลที่มีแพทย์ผิวหนังคอยให้คำปรึกษา